Saturday, November 3, 2012

REVIEW : EGYPTIAN MAGIC CREAM


EGYPTIAN MAGIC CREAM
All Purpose Natural Skincare
"A Hollywood Beauty Secret"





ชื่อก็บอกว่า MAGIC เพราะเค้าบรรยายสรรพคุณว่าเป็นครีมบำรุงสารพัดประโยชน์นั่นเอง

มาเริ่มต้นด้วยการทำความรู้จักกับเข้าครีมอียิปต์กันคร่าวๆก่อนละกันเนอะ

EGYPTIAN MAGIC CREAM 

เป็นผลิตภัณฑ์จากประเทศอเมริกานะจ๊ะ

ฮ็อตมากในเหล่าเซเลป และดาราฮอลีวูด

แล้วสำหรับชื่ออียิปต์ ที่แอบรู้สึกว่าดูโบราณจังแฮะ 55

ความคิดส่วนตัวนะคะ เค้ามีที่มานะเอ้อออ

เพราะครีมอียิปต์นี้มาจากสูตรลับในตำนานอียิปต์โบราณจ้ะ

มาดูหน้าตาของเจ้าครีมอียิปต์กันดีกว่าค่ะ






ดูเป็นเนื้อไขๆ เค้าเรียกว่าอะไรอ่ะ บอกไม่ถูก

แต่มันดูไม่เป็นเนื้อครีม เพราะค่อนข้างเป็นก้อน แข็งเป็นรูป ไม่เหลวเหมือนเนื้อครีมทั่วไป

-----------------------------------------------


ความโดดเด่นของครีมอียิปต์ที่ดูเหมือนจะธรรมดา แต่ไม่ธรรมดานี้

คือส่วนประกอบชั้นดีจากธรรมชาติที่ช่วยบำรุงผิวได้เป็นอย่างดี

เน้นว่าธรรมชาติจริงๆ ไม่มีการแต่งสีและกลิ่น ไม่มีน้ำหอม



ส่วนประกอบธรรมชาติมีอะไรบ้าง ???

Olive Oil , Beeswax , Honey , Bee Pollen , Royal Jelly , Propolis Extract



ที่ว่าสารพัดประโยชน์ หรือ Magic นั้น มันทำอะไรได้บ้าง ??

ง่ายๆสั้นๆ ตรงประเด็น

" ใช้บำรุงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับร่างกายตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า "

และใช้ได้กับุกสภาพผิว รวมถึงผิวที่แพ้ง่าย ผิวแห้งมากๆ ด้วย

ที่ว่าใช้ได้ตั้งแต่หัวจรดเท้านั้น ฟังดูคุ้มมากจริงๆ 

กระปุกเดียวสามารถบำรุงหน้า ทาปาก หมักผมให้ชุ่มชื้น ทาบริเวณที่แห้งของร่างกาย

โดยเฉพาะสาวๆที่ต้องทำงานให้ห้องแอร์ ผิวมักจะแห้ง ก็สามารถใช้เป็นแฮนด์ครีมได้ระหว่างวัน

คือทาได้ทุกจุดบนร่างกายเลยค่ะ ต้องการเพิ่มความชุ่มชื้นส่วนไหนก็ทาตรงนั้น

ห้ามกินแค่นั้นแหละจ้า 55


รู้สรรพคุณกันแล้ว มาดูลักษณะของเนื้อครีมและการใช้งานกันค่ะ



เมย์ได้ลองใช้ครีมอียิปต์มาเกือบๆเดือนแล้วค่ะ

สภาพผิวของเมย์คือแห้งมากๆ โดยเฉพาะผิวหน้า แห้งไปถึงชั้นผิวด้านในเลยทีเดียว

บางช่วงมีลอกบ้างที่ร่องจมูกค่ะ 

วิธีการใช้

ในการใช้แต่ละครั้งจะใช้ในปริมาณเพียงเล็กน้อยค่ะ 

เริ่มจากประมาณเท่าเม็ดถั่วเขียว หาไม้พายมาตักจากกระปุกดีกว่าใช้นิ้วควักนะคะ

จะได้ไม่เลอะเทอะ และไม่มีสิ่งสกปรกลงไปในครีม





ตอนแรกปาดครีมขึ้นมาเนื้อจะข้นๆเหมือมบาล์ม สีเหลืองขุุ่นๆ กลิ่นไม่ค่อยหอมเท่าไร




จากนั้นให้วอมเนื้อครีมในอุ้งมือค่ะ ถูๆไปกับมือเลย เนื้อจะเปลี่ยนจากข้นๆ จนกลายเป็นออยใสๆ

หรือใครไม่อยากให้มือมันเยิ้มก็ใช้นิ้วนางมาวนๆกันที่ปลายนิ้วก้อได้ค่ะ แล้วค่อยไปทาจุดที่ต้องการ

ทาโดยค่อยนวดเบาๆ เพื่อให้เนื้อออยค่อยๆซึบซับเข้าไปในผิวค่ะ



พอทาลงไปบนผิวแล้ว ออยจะไม่ซึมลงไปในผิวในทันทีหรือในเวลาอันรวดเร็วนะคะ

ผิวก็จะมันๆเยิ้มๆ แบบที่เห็นในฝ่ามือนี่แหละค่ะ 


ผลจากการใช้
1.

- เมย์ใช้ทาหน้าก่อนนอน อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ในปริมาณที่ค่อนข้างเยอะเป็นพิเศษค่ะ

แบบว่าไม่กลัวเยิ้ม 55 เพราะหน้าแห้งจัด อยากลองของ
*** ไม่ได้ถ่ายรูปก่อนทา และ หลังทาให้ดู เพราะ ตอนทามือมันแพลบถ่ายไม่ได้ - -

จะอธิบายจากความรู้สึกและการสังเกตตัวเองแล้วกันนะคะ :))

ทาก่อนนอนแบบมันนิดๆ หลังล้างหน้า สภาพหน้าแห้งปกติ
ตื่นมาหายมัน รู้สึกว่าออยซึมเข้าผิวไปหมด ชุ่มชื้นมากขึ้น
รู้สึกได้จริงๆ หลังจากอาบน้ำล้างหน้า แล้วมาแต่งหน้า

ถ้าคนที่ผิวแห้งเวลาแต่งหน้าจะรู้ตัวเองว่าเวลาผิวแห้งๆกับผิวที่ชุ่มชื้นขึ้นเวลาแต่งมันต่างกันยังไง
รองผื้น เบส บีบี เนื้อครีมต่างๆมันดูกลืนเนียนกับผิวค่ะ

**ที่สำคัญพอหน้าเราชุ่มชื้น รูขุมขนจะดูเต็มขึ้น ผิวดูอิ่มน้ำ เต่งๆ 55

พอผิวเราไม่แห้ง ก็จะช่วยชลอการเกิดริ้วรอยด้วยนะเอ้อ !!!
เพื่อนบางคนบอกว่าใช้แล้ว สิวผดลดลงด้วยหล่ะ 

แต่!!!! สาวผิวมันก้อใช้แต่น้อยนะคะ หรือไปทาที่ข้อศอก ตาตุ่ม แทนค่ะ

2.
- ใช้หมักปลายผม อาทิตย์ละครั้ง ในวันหยุด
ทาที่ปลายผมแห้งๆ จากการทำสีช่วงปลาย ซัก 20 cm 
ทาทิ้งไว้ประมาณ 2-3 ชม ค่ะ แล้วสระออก
หลังจากหมักประมาณ 2 ครั้ง เวลาไดร์ผม 
ปลายผมจะไม่ตรงแบบทื่อๆแต่จะดูนุ่มมีน้ำหนักมากขึ้นค่ะ
ประมาณนางแบบโฆษณาผม ที่ปลายผมสุขภาพดีไรงี้ 555
เริ่ดๆ เลิฟๆ 

3.
ใช้นวดทาแผลที่โดนแกนม้วนไฟฟ้าค่ะ
หลังจากแผลเริ่มแห้งก้อลองใช้ครีมอียิปทานวดๆเลยค่ะ
แผลนุ่มแล้วหายเร็วขึ้นจริงๆ TT


นอกจาก 3 ข้อที่เมย์บอกหลักๆ
ก็ใช้ทาทั้งตัวเลยค่ะ พอเหลือเหนอะๆจากมือ ก็ทาๆตามแขน ข้อศอก ห้วเข่า
และบอกไว้เลยว่ามือจะนุ่มขึ้นมาก เพราะโดนออยโดยตรงทุกครั้งที่ทา :))


---------------------------------------------------------------------

ถือว่าคุ้มจริงสำหรับครีมอียิปค่ะ แต่ราคาอาจจะสูงอยู่
กระปุกละ 1800 บาท ขนาด118 ml. มีขายที่ไทยแล้ว ที่ Loft และ วัตสัน
ถ้าซื้อตามเวปหิ้ว ระวังโดนโก่งราคานะคะ ดูดีๆ
สำหรับคนผิวแห้งมากๆ ตัวนี้เป็นอีกทางเลือกที่น่าลองค่ะ
ชวนเพื่อนมาหารกันก็ได้ค่ะ กระปุกนึงใช้ได้นานอยู่ เพราะใช้ครั้งละนิดเดียว

xoxo

อ้อ เพิ่งนึกได้ !!! มีคนสงสัยแน่ๆ ว่า ...

แล้วมันต่างกับวาสลีนยังไง????

1. จับดูแล้วรู้เลยค่ะ เนื้อคนละแบบเลย วาสลีนจะลื่นๆ ใสๆ มันๆ เบาบางกว่า
ครีมอียิปต์ เนื้อจะข้นกว่าหยาบนิดๆ แต่พอวอมในมือก่อนจะกลายเป็นออยเหลวใสอุ่นๆ

2. วาสลีนทาทิ้งไว้เหมือนแค่เคลือบแค่ผิวเราให้ไม่แห้งแค่ผิวภายนอก
แต่ครีมอียิปต์ทาทิ้งไว้จะซึมเข้าผิว รู้สึกชุ่มชื้นภายใน ไม่ใช่แค่เคลือบผิวไว้เหมือนวาสลีนค่ะ

3. สนุกตอนได้นวดเนื้อครีมก่อนทา ชอบตอนมันเปลี่ยนเท็กเจอร์จากข้นๆเป็นออยเหลวๆ
555 ความสนุกส่วนตัว ^^




หวังว่าจะเป็นประโยชน์และช่วยในการตัดสินใจซื้อกันนะคะ
เจอกันรีวิวหน้าจ้าาา ^^



---------------------------------------------------------------------------
**หมายเหตุ**
รีวิวนี้ได้รับการสนับสนุนจาก EGYPTIAN MAGIC CREAM ส่งมาให้ลองค่ะ
ผลจากการใช้ เป็นผลจากการใช้จริงและความรู้สึกส่วนตัวนะคะ
---------------------------------------------------------------------------